มาตรา 112 คือ มาตราหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี”
โดยถูกบัญญัติไว้ในหมวดความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงต่อราชอาณาจักรในประมวลกฎหมายอาญาปี 2499 โดยฝ่ายนิยมสถาบันกษัตริย์ ในช่วงที่คณะราษฎรเริ่มหมดอำนาจทางการเมือง โดยระบุระวางโทษจำคุกที่ไม่เกิน 7 ปี
ต่อมาหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519มีการแก้ไขให้เพิ่มโทษจำคุกระหว่าง 3 ถึง 15 ปี นับเป็นช่วงเฟื่องฟูของระบอบกษัตริย์และมาตรา 112
หลังการรัฐประหารโดยคสชในปี 2557มาตรา 112 ถูกนำมาใช้เพื่อกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามอย่างหนัก โดยผู้ที่ถูกตัดสินลงโทษสูงสุดคือ อัญชัญกับการแชร์คลิปเสียงของบรรพตที่ถูกตีเป็น 29 กรรมและโทษจำคุก 43 ปี 6 เดือน
ปัญหาของมาตรา 112 นอกจากการระวางโทษหนักจนเทียบเท่ากับอาชญากรรมร้ายแรงแล้ว ผู้ที่ถูกจับในคดีนี้มักจะไม่ได้รับการประกันตัว หลายรายยอมรับสารภาพเพราะความล่าช้าของกระบวนการพิจารณาคดีทางศาลและการรับสารภาพเป็นหนทางที่จะได้รับอิสรภาพเร็วที่สุด
การพิจารณามักเป็นทางลับ มีการให้นิยามของการ “ดูหมิ่น”ที่กว้างขวาง บางรายถูกดำเนินคดีจากการวิจารณ์โครงการพระราชดำริ บางรายจากการวิจารณ์สุนัขทรงเลี้ยง
ผู้ใดก็สามารถเข้าฟ้องคดีนี้ได้ และตำรวจมักจะรับดำเนินคดีเพราะถูกมองเป็นความเกี่ยวโยงกับความมั่นคงของชาติ หลังการรัฐประหาร คดีตามมาตรา 112 ถูกดำเนินการโดยศาลทหาร ซึ่งต่อมาได้ย้ายมาศาลยุติธรรมเมื่อ 12 กันยายน 2559